บทที่ 1
หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหากระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง! โปรดอย่าอ่านหากท่านอ่อนไหวต่อประเด็น การข่มขืน, การร่วมประเวณีในเครือญาติ, การทารุณกรรม, การทารุณกรรมทางเพศ, ความตาย หรือการสูญเสียการตั้งครรภ์ เนื้อหาในแต่ละตอนจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ!
“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแกกำลังจะแต่งงาน” ผมพูดพร้อมกับตบหลังเจสัน น้องชายของผมเบาๆ
เขายิ้มกว้าง กอดผมเร็วๆ ขณะที่เราก้าวเข้าลิฟต์ "รู้ไหมไบรอัน เดี๋ยวพี่ก็เจอใครสักคนเองแหละ แล้วพอเจอพี่ก็จะรู้เอง ผมจำครั้งแรกที่เจอเอมิลี่ได้เลย ผมรู้ทันทีว่าไม่อยากใช้ชีวิตแค่วันเดียวโดยไม่มีเธอ"
"พี่รู้ แต่ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าเวลาของพี่เหลือน้อยลงทุกที"
ขณะที่เราลงไปยังล็อบบี้ ลิฟต์หยุดที่ชั้นสิบแปด และหญิงสาวผมสีน้ำตาลเข้มหน้าตาสะสวยคนหนึ่งก็ก้าวเข้ามา เธอสวมเสื้อคอวีสีแดงที่ขับให้ผมสีเข้มของเธอดูโดดเด่น ขาของเธอดูสมส่วนไร้ที่ติในกางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ เธอสวยเสียจนบรรยากาศรอบกายดูราวกับจะเบาบางลง
"สวัสดีครับ" ผมเอ่ยทักด้วยความสนใจในตัวเธอ
เธอมองผมแล้วยิ้ม จากนั้นก็ยืนอยู่อย่างเงียบๆ ตามลำพังจนกระทั่งประตูลิฟต์เปิดออกสู่ล็อบบี้ ท่าทีนั้นยิ่งทำให้เธอน่าสนใจขึ้นไปอีกในสายตาผม และผมต้องคุยกับเธอให้ได้
พอเธอทำท่าจะเดินออกไป ผมก็เอื้อมมือไปหา “นี่คุณครับ ผมชื่อ...”
“เฟธ!”
เสียงคำรามดังก้องไปทั่วโถงหินอ่อน ชายคอหนาคนหนึ่งยืนอยู่ข้างน้ำพุ ใบหน้าของเขาแดงก่ำ “แกคิดว่ากำลังทำบ้าอะไรอยู่! มานี่เดี๋ยวนี้! ทันที!”
เธอสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้างเหมือนกวางที่เจอไฟหน้ารถ "ฉะ...ฉันขอโทษค่ะ ฉันไปไม่ได้ ไว้ทีหลังนะคะ” เธอพูดกระซิบกับผม แล้วรีบเดินไปยังชายร่างกำยำคนนั้นซึ่งผมเดาว่าน่าจะเป็นพ่อของเธอ
“เมื่อกี้นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ” เจสันพึมพำขณะที่เราเดินไปยังทางออก
“ไม่รู้สิ” ผมตอบ ขณะที่กำหมัดแน่นข้างลำตัว “แต่ก็อยากจะรู้เหมือนกัน”
ผมได้ยินเสียงพ่อของเธอตะโกนลั่นล็อบบี้ เขาดูเป็นชายร่างใหญ่กำยำที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร รวมทั้งลูกๆ ของเขาด้วย เขายืนแอ่นอกเพื่อข่มขู่ และมันก็ได้ผล ผมเห็นดวงตาของเฟธเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว มือของเธอสั่นเทาขณะที่ยกขึ้นมาทัดผมไว้หลังใบหู
"เฟธ ไปเรียนมหาวิทยาลัยก็สายแบบนี้รึเปล่าหา? ตอนที่พ่อบอกว่าห้าโมงตรง ก็หมายถึงห้าโมงตรง ไม่ใช่ก่อนห้าโมงหรือหลังห้าโมง" เขาตวาด
"ขอโทษค่ะแด๊ดดี้ มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว” เธอบ่นอุบอิบ พลางก้มหน้ามองรองเท้าของตัวเอง ผมกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัวเลยว่าสถานการณ์นั้นทำให้ผมโกรธจัดขนาดไหน เธอดูไร้เดียงสา แต่เขากลับด่าว่าเธอต่อหน้าคนทั้งล็อบบี้ ผมรู้สึกถึงแรงแตะที่หัวไหล่ดึงผมกลับมาจากภวังค์
"จะไปได้รึยังพี่?” เจสันถามด้วยสีหน้าหงุดหงิด
ผมปัดมือเขาออกและรู้สึกรำคาญเพราะเขารู้ดีว่าทำไมผมถึงยืนนิ่งเป็นหุ่น เขาแค่ไม่อยากจะยุ่งกับเรื่องนี้ในตอนนี้เพราะเอมิลี่คงเอาเขาตายแน่ถ้าไปสาย เขาก็รู้สึกไม่พอใจกับเรื่องทั้งหมดนี้ไม่ต่างจากผมเลย
"เออ ไปกันเถอะ"
ขณะที่ขับรถ ผมเอาแต่นั่งคิดถึงเรื่องของเฟธ มีอะไรบางอย่างในตัวเธอที่ทำให้ผมอยากจะปกป้อง เธอเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ยังถูกพ่อปฏิบัติด้วยเหมือนเป็นเด็ก โดยที่แม่และพี่น้องของเธอยืนดูการกระทำนั้นอยู่เฉยๆ ผมมั่นใจว่าน้องๆ คงไม่มีทางเลือก แต่พวกพี่ๆ มี พวกเขาคงไม่ได้อาศัยอยู่ใต้ชายคาของพ่อกันทุกคนและน่าจะทำอะไรสักอย่างได้
“ไบรอัน!” ผมได้ยินเสียงเจสันตะโกน "ร้านอาหารอยู่นี่แล้ว พี่จะขับเลยแล้วนะ"
เขามองผมอย่างหงุดหงิดขณะที่ผมหักเลี้ยวเข้าไปในลานจอดรถอย่างรวดเร็ว ผมจอดรถหน้าพนักงานรับรถแล้วเราก็ลงจากรถหน้าร้านอาหาร มันเป็นร้านอาหารหรูหราระดับกูร์เมต์ที่ทั้งชีวิตนี้ผมคงไม่เลือกมา แต่เจสันอยากให้ทุกอย่างออกมาสมบูรณ์แบบเพื่อเอมิลี่ซึ่งผมก็เข้าใจ ก่อนจะเดินเข้าประตูไป เจสันวางมือบนไหล่ของผม หยุดไม่ให้ผมเปิดประตู
"บอกผมมา" เขาพูด น้ำเสียงเปลี่ยนจากหงุดหงิดเป็นห่วงใย "พี่โอเคไหม"
"พี่ไม่เป็นไร” ผมโกหก เพราะผมไม่โอเคเลย ผมสลัดเรื่องของเฟธและสถานการณ์ของเธอออกจากหัวไม่ได้
"ไม่จริงเลย พี่กำลังคิดถึงผู้หญิงคนนั้นอยู่"
“เออ อาจจะใช่ แต่ส่วนใหญ่แล้วพี่แค่พยายามเตรียมคำพูดเพื่อนเจ้าบ่าวสำหรับวันพรุ่งนี้อยู่"
เจสันหัวเราะเบาๆ “ผมมั่นใจว่ามันต้องออกมาดีแน่ ไม่ว่าพี่จะพูดอะไรก็ตาม"
"ขอบใจนะน้องชาย" ผมพูดขณะที่เรามุ่งหน้าเข้าไปข้างใน
มื้อค่ำผ่านไปได้ด้วยดีและทุกคนก็ตัดสินใจกลับไปนอนที่ห้องพักของตัวเองที่โรงแรม ไม่มีเวลาสำหรับงานเลี้ยงสละโสดเพราะงานแต่งงานจะเริ่มตอนสิบโมงเช้าในวันรุ่งขึ้น และทุกคนต้องนอนเอาแรงเพื่อความสวยหล่อ
พอกลับมาถึงโรงแรม ผมตัดสินใจไปที่บาร์เพื่อหาอะไรดื่มและพยายามจะสลัดเรื่องของเฟธออกจากหัวเพื่อจะได้เตรียมคำพูดเพื่อนเจ้าบ่าวจริงๆ เสียที ขณะที่ผมนั่งอยู่ที่บาร์ พยายามท่องจำทุกคำที่จะพูดในใจ ผมก็รู้สึกได้ว่ามีคนมานั่งลงข้างๆ
กลิ่นดอกราตรีที่หอมฟุ้งทว่าคมชัดและหวานล้ำ แทรกผ่านม่านควันในบาร์เข้ามา เสียงหนึ่งสั่งขึ้น “แจ็ค เพียวๆ”
